ฮาล์ฟมาราธอนแรก กับ เชียงรายมาราธอน ( Chiangrai Marathon ) 2017

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า นี่ไม่ใช่การรีวิวงานวิ่ง เพราะผมรีวิวไม่ค่อยเป็นอ่านแล้วอาจจะเบื่อ 55 ความจริงตั้งใจอยากจะเขียนตอนการวิ่งมินิมาราธอนแรก แต่จนแล้วจดรอดยังไม่ได้เขียน แค่ลงไว้ในเฟซบุ๊กเท่านั้น วันนี้เลยจะมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การการวิ่ง “ฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรก” 

ก่อนหน้านี้ ยอมรับว่าไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย นานๆ ทีจะไปวิ่งที่สวนลุม เดือนนึงก็แค่เพียง 2-3 ครั้ง ปกติสวนลุมรอบนึงก็จะประมาณ 2.5 กิโลเมตร วิ่งไม่ถึงรอบครับ เหนื่อยก็จะหยุดเล่นตรงเครื่องเล่น สักพักก็หยุดแล้วกลับบ้าน จนรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองอายุ 36 เริ่มเหนื่อยง่าย และปกติจะเป็นคนที่ไปบริจาคเลือดประจำทุก 3 เดือน ( บางครั้งก็บริจาคเกล็ดเลือด ก็จะบริจาคได้ทุก 1 เดือน ) แล้วแต่โอกาส คือในช่วงหลังๆ เวลาวัดความดันก่อนจะเข้าไปทำการตรวจเลือด และบริจาค สังเกตุได้ว่า ตอนนี้เริ่มมีปัญหากับเจ้าความดัน คือติดไปค่อนข้างสูง ทางพยาบาลก็มีการเตือนว่า อายุขนาดนี้ความดันไม่น่าจะเยอะแบบนี้นะ ต้องออกกำลังกายบ้าง เราก็ “ครับ” ไปตามมารยาท

กลางปี 2559 พอดีได้ย้ายที่พักมาอยู่แถวลาดกระบัง ( ก่อนหน้าพักแถวประตูน้ำ ความจริงใกล้กับสวนลุมมาก แต่ตามที่บอกก่อนหน้าเพราะความขี้เกียจ การออกกำลังกายจึงยังไม่กระเตื้องตามที่หมอเคยแนะนำมา ) ที่พักใหม่มีฟิตเนส หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ได้ออกกำลังกายมากขึ้น อาทิตย์นึง 3-4 วัน ส่วนมากก็จะชอบวิ่งบนลู่วิ่ง แต่ช่วงแรกๆ ก็วิ่งได้ไม่เยอะครับ 1-2 กิโลเมตรที่วัดระยะได้ ก็จะหยุดคือด้วยความว่ามันเหนื่อยและขี้เกียจด้วยส่วนหนึ่ง

ต้นปี 2560 ช่วงนี้งานวิ่งมีเยอะมาก และเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊กก็จะไปวิ่งกันเยอะ หลาย ๆ คน หลาย ๆ งาน มินิบ้าง ฮาล์ฟบ้าง บางคนไปฟูลมาราธอนละ ไอ้เราก็ โอว วิ่งกันได้ไง 2-3 กิโลนี่ก็เหนื่อยละ จนผมกับภรรยาตัดสินใจลองไปลงงานวิ่งดู ปรากฏว่า ทำไปทำมา ตั้งแต่กุมภาพันธ์ จนถึงกันยายน ก่อนที่จะไปฮาล์ฟแรก ฟันรัน 1 งาน และมินิ อีก 12 งาน และมีอีก 2 งานที่เป็น Virturl run เหรียญก็จะได้มาประมาณนี้ การลงวิ่งตามงานทำให้เราต้องขยันซ้อมกันมากขึ้น ( ส่วนหนึ่งที่ได้เหรียญพวกนี้มา ต้องขอบคุณแรงบันดาลใจจากเพื่อน ๆ ในเฟซบุ๊กหลาย ๆ คน )

เชียงรายมาราธอน (Chiangrai Marathon) 2017 จะจัดกันวันที่ 24 กันยายน 2560 โดยทีมงานของ teelakow กับการตัดสินใจลงสนาม Half แรกเราสองคนตัดสินใจอยู่นานพอสมควร หลังจากที่ลงมินิมาเกือบปี จากการดูกติกา ระยะ 21 กม. (ชั่วโมงการแข่งขัน 4 ชม.) เราก็คิดว่า น่าจะไหวนะ 55 สนามนี้ตั้งใจลงเพราะอยากกลับบ้านด้วย ( บ้านภรรยาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ) และอีกอย่างที่ชอบเพราะเหรียญเป็นรูปพ่อขุนเม็งราย อยากจะเอามาเก็บเสียเหลือเกิน งานนี้อาศัยช่วงเวลาที่ได้กลับบ้านและได้ลงสนามไปพร้อม ๆ กัน

 

 

เริ่มต้นการสมัคร และการหาจองตั๋วเครื่องบิน และที่พัก เพราะด้วยหน้าที่การทำงานทำให้จะไปไหนก็ต้องวางแผนสักกะหน่อย โชคดีที่ได้ตั๋วราคาไม่แพงมาก อาจจะเพราะไม่ใช่ช่วงเทศกาลและยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวที่คนจะแห่กันมาเที่ยวภาคเหนือ

หลังจากได้ตั๋วแล้วก็ทำการจ่ายค่าสมัครเรียบร้อย ที่นี่ปัญหาคือเดินทางตอนเย็น วิ่งเช้า จะเข้าบ้านแล้วออกมาวิ่งตอนเช้าคงต้องตื่นเช้าอีกล่ะ ต้องรบกวนคนที่บ้านต้องมาส่งอีก เลยตัดสินใจหาห้องพักแถว ๆ ในเมืองเชียงราย พอดีเห็นในเว็บแนะนำมาหลายที่เหมือนกัน ตัดสินใจจองห้องที่ The Space Hotel ห้อง Deluxe ปกติราคา 590 บาทต่อคืน แต่โรงแรมใจดีหากลูกค้ามาวิ่งงานเชียงรายมาราธอนลดเหลือ 490 บาทต่อคืน เช็คอินบ่ายสองเช็คเอาท์เที่ยงวันรุ่งขึ้น มีอาหารเช้าให้  แถมโรงแรมใจดีโทรสอบถามว่ามีรถไหม ไม่มีเขาก็ทำการเรียกรถมารอให้ตอนเช้าเพื่อไปส่งที่สนาม หารเฉลี่ยต่อหัวนักวิ่ง เราไปกัน 10 จ่ายไปคนละ 65 บาท ห้องพักถือว่าโอเคมากเมื่อเทียบกับราคา

แนะนำอีกอย่างใครที่มาเชียงรายหากต้องการแท็กซี่เมื่อลงจากเครื่องแล้วเขามีบริการแท็กซี่อยู่ด้านข้างของตัวอาคารผู้โดยสาร (ด้านซ้ายหันหน้าออกไปลานจอดรถ) อย่าเดินไปเรียกแท็กซี่ด้านหน้า ( ไม่ใช่รถแท็กซี่แต่มาขับรับผู้โดยสาร อันนี้แพงและจะคิดเหมา ) แต่ถ้าเรียกแท็กซี่เขาคิดตามมิเตอร์เลยคะ เราโดนไป 200 บาท (เฮ้อ) ไม่เป็นไรซื้อประสบการณ์ไป นอนพักเอาแรงพรุ่งนี้พร้อมลุย

วันแข่งล่ะ ฝนตกต้อนรับตั้งแต่ตี 2 เลย นักวิ่ง Full นี่คงเปียกปอนกันอย่างทั่วถึง ^_^ เราต้องไปถึงสนามเร็ว 1 ชั่วโมง เพราะต้องไปรับเสื้อ + BIB หน้างานได้เสื้อก็ถอดใส่กันตรงนั้นเลย พอดีได้มีเวลาวอร์มร่างกายนานหน่อย ก่อนวิ่งฝนตกลงมาตลอดเวลาหนักบ้าง เบาบ้าง ยังคิดอยู่ว่าต้องวิ่งตากฝนรึเนี่ย 555 แต่ผิดคาดพอใกล้ถึงเวลาปล่อยตัว Half ฝนหยุดตกให้เลย สำหรับเส้นทางสำหรับ Half ก็ตามแผนที่ที่ทางผู้จัดทำไว้

ผมและภรรยาเราออกตัวแบบช้า ๆ เพราะเป็นสนามแรกที่ลง half กลัวว่าจะเหนื่อยตอนท้าย แรกๆก็วิ่งตาม ทีม Pacer แต่สักพักทางภรรยา ขานั้นเขานำไปก่อน ซึ่งเป็นตามปกติที่ไปวิ่งกัน คือถ้าใครไปไหว ก็ล่วงหน้าไปก่อนนะ แล้วเจอกันที่เส้นชัย 55

ความรู้สึกตอนวิ่งบอกได้เลยว่าไม่รู้สึกเหนื่อยเลยในช่วง 17 กิโลแรก หลังจากนั้นต้องบอกว่าไม่เหนื่อยแต่เริ่มปวดขาเพราะกิโลที่ 18 เป็นเนินซึมที่ยาวไกลพอสมควร แต่พอเห็นนักวิ่งหลาย ๆ คนที่อายุเยอะกว่าเราแท้ ๆ เขาวิ่งแซงหน้าไป โห ทำไมเก่งจังหว่า เราก็ต้องวิ่งได้สิ ตลอดทางการวิ่งมีทั้งความมืด แอ่งน้ำ ตลอดทาง มีจุดให้น้ำทุกๆ 2 กิโลอันนี้ดีมาก เพราะไม่ได้อยากกินเยอะแต่มีให้จิบตลอดทางเลย มีผลไม้ (แตงโม กล้วย ให้ 2 จุดอันนี้ก็ดีมาก )

พอเริ่มสว่างเห็นวิวถนนข้างทางขอบอกว่าสวยงามมาก มีทั้งท้องนา แม่น้ำกกตอนวิ่งข้ามสะพาน เจ้าแม่กวนอิมที่วัดห้วยปลากั้ง มีหมอกลงมาตามภูเขา อากาศไม่ร้อนเลย คงด้วยจากตอนเช้าฝนเทลงมาอย่างหนัก วิ่งสบายแค่เจอเนินซึม ๆ เป็นระยะ ๆ 55 วิ่ง ๆ ไปเจอชาวบ้านแถวตลอดออกมาปรบมือให้กำลังใจ ขอบอกว่าประทับใจสุด ๆ

 

 

 

แม้ว่าการประชาสัมพันธ์จะน้อย แต่พอชาวบ้านเห็นนักวิ่งก็ออกมาปรบมือส่งเสียงบอกสู้ ๆ ให้กำลังใจได้ดีแท้ มีป้าคนนึงออกมายืนปรบมือให้นักวิ่งคนเดียวก็ยืนนะ ต้องยกมือขอบคุณเจ้า วิ่งไปถึงระยะที่ 20 กิโลเมตร เราก็ดูแล้วอีกนิดเดียวถึงเส้นชัยเร่งฝีเท้าขึ้นมาอีกนิด ที่ไหนได้เจ้าภาพแถมระยะให้อีกเกือบ 2 กิโลเมตร ที่เร่งฝีเท้าไปเหนื่อยสิงานนี้ เลยต้องเดินซะเยอะกว่าวิ่งในกิโลสุดท้าย สุดท้ายก็สามารถเข้าเส้นชัยมาด้วยระยะทางประมาณ 22.85 กิโลเมตร ด้วยเวลา 2:42:01 ชม. และภรรยาเขาวิ่งเร็วกว่า 55 เข้าที่ 2.26.59 ชม.

ถึงแม้สำหรับ Half แรกเวลายังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่า เราผ่านมาได้อีกก้าวหนึ่ง ( ตอนวิ่งมินิครั้งแรกก็กล้า ๆ กลัว ๆ แบบนี้ว่าจะวิ่งถึงเส้นชัยไหม )

 

อันนี้เป็นเส้นทางที่สร้างจากแอป relive ครับ

สรุปโดยรวมสำหรับงานนี้

ข้อประทับใจ

  • เหรียญสวยกว่าในรูป อันนี้ชอบมาก
  • จุดให้น้ำ เกลือแร่ กล้วย แตงโม ดี
  • เสื้อสวย คนเยอะ สถานที่กว้าง จัดงานได้พอดี
  • จุดรับฝากของค่อนข้างดี ตอนไปเอาของมีการแยกกองตามระยะ ทำให้หาง่าย ไม่เสียเวลา

ข้อที่ไม่ค่อยประทับใจ

  • ระยะของ half ระยะเกินมาประมาณ  1.6 กม.ซึ่งทางผู้จัดไม่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่าระยะเกิน
  • จุดปฐมพยาบาลระยะฮาล์ฟไม่มีเลย แต่เห็นมีสเปรย์ให้เป็นบางจุด
  • ไม่มีรถสุขาเคลื่อนที่ระหว่างทาง
  • ก่อนเข้าเส้นชัย รู็สึกจะวิ่งเบียดรถกัน เนื่องจากวันนั้นมีการสอบของท้องถิ่นด้วยเลยทำให้การกั้นถนนช่วงสุดท้ายอาจจะไม่ดี
  • จุดเข้าเส้นที่ไม่มีสต๊าฟเข้ามาจัดระเบียบ ทำให้ยืนออกันตรงเส้นชัย จุดแจกเหรียญรับลำบาก

พอมีครั้งแรก ครั้งต่อไปเราก็ไม่ค่อยกลัวละ และแน่นอนเมื่อมี Half แรกก็ต้องมีครั้งต่อไป สำหรับ Half ต่อไปเจอกัน #ย่าโม่มินิฮาล์ฟมาราธอน 22 ตุลาคม 2560 ครับ

 


Advertisement


You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *