ไปวิ่งงาน Khanom Marathon 2018

ปีที่ 2 ของการจัดงาน “Khanom Marathon” ปีแรกได้ยินว่าเสียงตอบรับและชื่นชมค่อนข้างดี เลยลองสมัครดู และจะได้ถือโอกาสกลับบ้านด้วย แต่ที่ไหนได้กว่าจะถึงงานจริงก็ย้ายกลับมาทำงานที่จังหวัดกระบี่เกือบ 3 เดือนล่ะ (สมัครไว้นานมากตั้งแต่ยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งสองคน) สำหรับปีนี้งานจัดตรงกับวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561

สำหรับงานนี้มีทั้งระยะมินิ ฮาล์ฟ และก็ฟูลมาราธอนเรายังคงลงฮาล์ฟอีกเช่นเคย ยังมิกล้าไปลงระยะฟูลกับเขาสักที เพราะอ่อนซ้อมไปหน่อย 55

การเดินทางจากกระบี่ไปขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยรถส่วนตัวก็น่าจะสะดวกสบายดี แต่เราไม่มีก็ต้องอาศัยรถตู้สาธารณะ ซึ่งก็ถือว่าสะดวกอยู่นะ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนื่อยล้า ได้นอนพักมาบนรถด้วย ซึ่งสามารถไปขึ้นรถตู้ได้ที บขส.กระบี่ จะขึ้นรถไปสุราษฎร์ฯ และต่อรถไปที่ขนอมก็ได้ ไม่แน่ใจว่าจากกระบี่ไปสุราษฎร์ฯ กี่บาท (คิดว่าไม่น่าเกิน 200 บาท/คน) และต้องต่อรถตู้จากสุราษฎร์ไปขนอมอีก 100 บาท

แต่เราเลือกที่จะนั่งรถไปลงที่ บขส.นครศรีธรรมราช ค่าตั๋วคนละ 200 บาท และให้เพื่อนมารับที่ บขส.นครศรีธรรมราช เพื่อเข้าที่พักที่ขนอม งานนี้เราจองที่พักช้าทำให้ที่พักในระยะใกล้ ๆ หาไม่ได้แล้ว (เฉพาะผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ) แต่ถ้าขับรถหาน่าจะได้อยู่ ซึ่งคงไม่สะดวกกับนักวิ่งที่มาจากต่างจังหวัดนัก ดีที่งานนี้เราพอมีพี่ที่รู้จักกันผ่าน FB อยู่แถวท่าศาลาเลยอาศัยขอความอนุเคราะห์ได้หน่อย พี่เขาช่วยหาให้ได้ทันทีเลย แต่ใกล้จากจุดปล่อยตัวประมาณ 15-16 กิโล ซึ่งถ้ามีรถไปก็ไม่ลำบากอะไรนะ แต่สำหรับเราสองคนไม่มีรถส่วนตัวก็แอบคิดหนักนิดนึง แต่พอถึงวันงานปรากฎว่าเขามีรถรับส่งไปถึงตลาด ก็ไม่ไกลมาก คือสามารถเดินออกมาขึ้นรถรับ – ส่งที่ตลาดไปถึงสนามแข่งโรงแรมสุภารอยัลบรีซได้เลย เผื่อเวลาหน่อยล่ะกันเพราะปีนี้นักวิ่งเยอะมากเผื่อรถเต็มได้ขึ้นรถช้า …

ลืมบอกว่าเราพักที่เพชรรัตน์รีสอร์ท หาง่ายมาก อยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจอำเภอขนอมถ้าจะไปคือสามารถปักหมุดแผนที่ไปที่สถานีตำรวจได้เลย (ต้องไปด้านหน้าสถานีตำรวจนะ รอบแรกเราเข้าด้านหลังสถานีตำรวจ หาไม่เจอเหมือนกัน) ด้วยความรีบเร่งหลายอย่างเพราะอาศัยรถเพื่อนไป ทำให้ลืมถ่ายภาพห้องพักมาให้ชม ขอบอกว่าราคาไม่แพง ราคา 500 บาท/คืน แต่ห้องพักโอเคมาก ๆ สะอาด ปลอดภัย มีที่จอดรถ อุปกรณ์ในห้องก็มีเหมือนโรงแรมเล็ก ๆ ราคาเบา ๆ ทั่วไป มีห้องน้ำในตัว เครื่องทำน้ำอุ่น หมวกอาบน้ำ สบู่ก้อน แอร์ ทีวี ตู้เย็น ราวตากผ้าในห้อง กระจกแต่งตัว ฟรี W-Fi internet (แต่ไม่มีกระติกน้ำร้อน ไดร์เป่าผม) บอกเผื่อคุณผู้หญิงหลายคนที่ไปวิ่ง ไปเที่ยวและต้องสระผม จะได้เตรียมไดร์ไปด้วย เตียงก็กว้างนอน 2 คนได้สบายๆ เลยแหละ ปีหน้าถ้าใครสนใจโทรสอบถามที่พักได้เลยค่ะที่นี่ > เพชรรัตน์รีสอร์ท 082-2890446 หรือจะจองผ่านเว็บจากโรงแรมอื่น ๆ ได้ที่นี่

 

งานนี้เราสองคนลงแข่งในระยะ Half ซึ่งปล่อยตัวเวลา 05.00 น. สำหรับเส้นทางก็ตามรูป ก่อนงานวิ่งทุกงานการเตรียมตัวสำหรับเราไม่มีอะไรมาก กินข้าวให้อิ่ม นอนให้เร็ว เพราะต้องตื่นเช้า อย่าลืมว่าใจสู้ ร่างกายก็ต้องสู้ด้วย เราตื่นตี 3 เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อเดินออกไปขึ้นรถรับส่งตลอดสาย (10 บาท) แต่งานนี้ขาไปสนามแข่งเราโชคดีโบกรถพี่ตำรวจติดรถไปถึงงานเลย 55 ไปถึงงานเหลือเวลาอีก 20 นาทีใช้ให้คุ้มกับการวอร์มร่างกาย ส่วนตัวเราชอบไปยื่นอยู่ด้านหน้านะ เพราะเวลาปล่อยตัวจะได้ไม่สะดุดกับนักวิ่งบางคนที่มักจะเดินตั้งแต่ระยะแรก ๆ ยิ่งถ้าไปเจอสนามที่คนเยอะมาก ๆ เส้นทางแคบ ก็จะยิ่งทำให้วิ่งลำบากและเหนื่อยในระยะเริ่มต้นเพราะต้องวิ่งทำเวลา และหลบนักวิ่งอีก เส้นทางวิ่งตอนปล่อยตัวถือว่าแคบมาก โชคดีอยู่ด้านหน้าเลยวิ่งไปแบบไม่ค่อยสะดุด ไม่ต้องคอยหลบนักวิ่งคนอื่น ออกตัวไปนิดเดียวก็เจอเนินเลย ไม่สูงมาก แต่ก็ตัดกำลังขาได้นะ สำหรับคนที่ไม่เคยวิ่งหรือซ้อมวิ่งบนเนินเลย แต่เราซ้อมเนินถนนรอบเมืองกระบี่มาแล้ว เลยวิ่งได้ต่อเนื่อง ช่วงระยะ 3-7 กิโลเส้นทางวิ่งค่อนข้างมืดมาก บางจุดเรียกได้ว่ามืดสนิท ถ้าไม่มีเพื่อนนักวิ่งคนอื่นๆที่วิ่งเกาะ ๆ กลุ่มกันไป อาจต้องหยุดรอหาเพื่อนวิ่ง เพราะดูน่ากลัวเหมือนกัน

 

วิ่งๆไปเจอชาวบ้านเก็บยางพาราอยู่ก็มี 55 ระยะทางวิ่งก็จะเป็นถนนทางเรียบ สลับ กับ เนินซึม ๆ ฉะนั้นใครที่จะมาวิ่งสนามนี้แนะนำว่าให้วิ่งซ้อมบนเนินมาด้วยก็จะดีนะ ถ้าอยากทำเวลา หรือใครไม่ซีเรียสเรื่องเวลาก็ไม่เป็นไร พอเริ่มเข้ากิโลที่ 8 ก็เริ่มจะสว่างขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเริ่มวิ่งออกถนนเส้นใหญ่ไม่มีต้นไม้สูงบัง การจัดการเรื่องน้ำดื่มไว้ให้ตลอดทุก ๆ 2 กิโล ส่วนตัวเราวิ่งอยู่ในกลุ่มแนวหน้าของกลุ่มระยะฮาล์ฟ เลยไม่ประสบกับปัญหาน้ำดื่มหมด แต่เห็นหลายคนบ่นว่าน้ำหมดด้วยเหมือนกัน อากาศวันนี้ดีไม่ร้อน มีลมพัดมาเบา ๆ เราเริ่มจิบน้ำกิโลที่ 8 และจิบทุก ๆ 2 กิโล เน้นว่าจิบนะ เพราะเป็นคนที่กินน้ำแล้วจุก น้ำเกลือแร่ก็มีให้กิโลที่ 8 หรือ 10 นี่แระจำไม่ได้ล่ะ แต่ผลไม้เริ่มมีให้ที่กิโลที่ 12 และจุดก่อนลงวิ่งที่ชายหาดกิโลที่ 15 และจุดขึ้นจากชายหาดมาก็จะมีผลไม้ให้อีก ระยะทางวิ่งบนชายหาดน่าจะ 3 กิโลกว่าๆ มั้ง (กิโลที่ 15-17)

งานนี้ต้องขอบอกว่าตั้งใจจะทำเวลา แต่มาสะดุดกับการวิ่งบนชายหาดนี่แระ พื้นหาดแน่นดีวิ่งได้อยู่แต่ด้วยพื้นหาดที่เอียงทำให้เราเจ็บข้อเท้าเลยทีเดียว ประกอบกับเราไม่เคยซ้อมวิ่งบนชายหาด ทำให้ไม่กล้าวิ่งเร็วมากกลัวบาดเจ็บ และกลัวมันจะตัดกำลังขาเกินไป พอขึ้นจากชายหาดมาได้ถึงกิโลที่ 18 เริ่มเหนื่อยอีกแล้วเป็นแบบนี้ทุกสนามเลยให้ตายเหอะ

แต่สนามนี้เราลองไม่หยุดเดินนะ ลองวิ่งช้าลงหน่อย สรุปเราก็วิ่งได้นี่หว่าไม่เห็นต้องเดินให้ตัวเองท้อเลย 555 เหลืออีกไม่ถึง 2 กิโลก่อนเข้าเส้นชัยก็จะมาเจอเนินเดิมตอนออกตัวไปแต่แปลกเราวิ่งได้ตลอดเส้นทางโดยไม่หยุดเดิน แถมยังสปีดตัวตอนเข้าเส้นชัยได้อีก ตอนแรกนึกว่าเวลาจะแย่กว่านี้ เพราะเจอชายหาดตัดกำลังสรุปเราเข้าเส้นชัยมาด้วยสถิติใหม่ของตัวเอง Gun Time 2:09:49 ชม. เข้ามาเป็นอันดับที่ 15/189 ของรุ่นอายุ 30-39 และอันดับที่ 28/438 ของผู้หญิงทั้งหมด ว้าว ๆ เลยแหละ แฟนเข้ามาตามหลังกันติดๆ 2:11:15 ชม.

สำหรับเราแล้วสนามนี้พึ่งมาครั้งแรก บอกเลยว่าการจัดงานไม่ค่อยประทับใจ ตั้งแต่สถานที่การรับเสื้อและ Bib ที่ค่อนข้างแคบมาก ๆ แต่ทีมงานถือว่าทำงานได้ดีใช้เวลาไม่นานในการรับเสื้อและ Bib การจัดการจราจรไม่ค่อยดีเท่าที่ควรเส้นทางวิ่งมีรถจอดทั้งสองฝั่งถนนทำให้วิ่งลำบาก และยังมีรถวิ่งเข้า-ออกอยู่ตลอดเส้นทางวิ่ง โดยเฉพาะช่วงสาย ๆ ที่นักวิ่งมาราธอนยังวิ่งกันอยู่ แต่รถก็วิ่งเข้า-ออก แบบเห็นแล้วสงสารนักวิ่งมาราธอนเลย เพราะอาการก็เริ่มร้อน แถมต้องหลบรถข้างทาง หลบเพื่อนนักวิ่งที่เดินสวนทางกลับบ้าน หลบรถที่วิ่งบนถนนอีก

โดยส่วนตัวเห็นว่าควรจะมีแค่รถรับ-ส่งก็พอเพื่อไม่ให้ดูวุ่นวาย แถมการจัดการรถรับ-ส่งไม่ค่อยดีไม่มีการจัดแถวต่อคิวขึ้นรถ ดูวุ่นวายมาก น้ำหลังเข้าเส้นชัยไม่เย็นเลย ทั้ง ๆ ที่เราว่าเราเข้ามาในระยะต้น ๆ ของนักวิ่งนะ โชคดีที่ได้สปอนเซอร์เย็น ๆ อยู่ แถมอาหารหลังเข้าเส้นชัยก็ไม่หลากหลายข้าวเย็นสนิท ผลไม้ก็ไม่มีเลย (ทั้ง ๆ ที่ภาคใต้ผลไม้ช่วงนี้เยอะด้วย) จุดบริการน้ำระหว่างเส้นทางวิ่งถังขยะน้อยมาก สงสารทีมงานที่ต้องเก็บกันเหนื่อยแน่ ๆ เก็บไม่หมดเป็นภาระให้ชาวบ้านอีก

ข้อดีคือเส้นทางวิ่งถือว่าดี มืดไปหน่อยบางจุด ถนนก็มีทั้งทางเรียบ เนินสูง เนินซึมๆ และชายหาดสวยๆ บรรยากาศดี อากาศไม่ร้อน วิ่งได้สบายๆ แต่นักวิ่งมาราธอนคงเหนื่อย เพราะหลัง 8 โมงแดดเริ่มร้อนแล้ว ป้ายบอกระยะทางดี ทางแยกก็มีเจ้าหน้าที่คอยบอกเพื่อไม่ให้วิ่งหลงเส้นทาง จุดรถพยาบาลมีให้เห็น มีทหารค่อยดูแลตามจุดต่างๆดี วิ่งเสร็จมีวิวให้ถ่ายรูปติดชายทะเล สวยๆ อันนี้น่าจะเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนชอบ

You may also like...

2 Responses

  1. ม่อน พูดว่า:

    เส้นทางดีครับ

  2. runner พูดว่า:

    ปีนี้คนเยอะจริงๆค่ะ ปีหน้าทางผู้จัดควนพิจารณาโรงแรมจุดที่รับ bib และจุดเส้นชัยใหม่ ไม่งั้นก็จะวุ่นวายเหมือนปีนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *