ไปวิ่งงาน Krabi Half Marathon 2020

งานวิ่งสนามแรก หลังจากโควิด-19 ค่าสมัครสำหรับงานนี้ อยู่ที่คนละ 750 บาท (Early Bird) รวมค่าธรรมเนียมการจ่ายเงิน 2 คนก็อยู่ที่ 1,575 บาท

26 ก.ย. 63 ไปรับเสื้อด้วยตัวเองที่อ่าวนาง (หาดนพรัตน์ธารา) อุ๊เลือกรับเสื้อเป็นรอบเช้าช่วงบ่ายให้คนที่มาจากต่างจังหวัดดีกว่าเนอะ เมื่อไปถึงบริเวณพื้นที่สำหรับรับเสื้อและบิบแล้ว

ก่อนเข้าพื้นที่ต้องสวมหน้ากากและมีการคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปรับเสื้อ มีการแจ้งให้เว้นระยะ (แต่หลายคนก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม) ต้องบอกว่ารวดเร็วทันใจมาก ถ้าเราแจ้งจนท.ถูกต้องว่าสมัครเดี่ยวหรือกลุ่ม (เดี่ยวคือจ่ายเงินแยกของใครของมัน กลุ่มคือสมัครและจ่ายเงินพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ไม่ใช่กลุ่มแบบมาเป็นทีมไรงี้เน้อ)

แจ้งชื่อเสร็จเดินไปยังไม่ถึงจุดรับเสื้อเลย เสื้อเตรียมพร้อมให้แล้วอ่ะ ไม่ต้องรอเลย ต่อด้วยเช็คความถูกต้องของ Bib เป็นอันเรียบร้อย ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีเลยมั้ง

ในกระเป๋าผ้า จะมี Race shirt , Bib , Mask , สายคาดเอว (3,000 คนแรก)

ส่วนหนึ่งที่ทำให้การรับเสื้อรวดเร็วอาจจะเป็นเพราะจำนวนนักวิ่ง ที่ปีนี้ไม่ได้รับมากจนเกินไป ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะรับแค่ระยะละ 1,000 คน ซึ่งการแข่งขันมีด้วยกันทั้งหมด 4 ระยะ ได้แก่ Beach run 3km./5km. และ Mini 10km. กับ Half 21km.

27 ก.ย.63 วันแข่งขัน การเดินทางไปจุดปล่อยตัวซึ่งจริง ๆ จากบ้านไปถึงสนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่ ปกติใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีเองนะ

แต่ปรากฏว่ามีการปิดถนนไม่แน่ใจว่าปิดตั้งแต่ตอนไหน แต่เส้นทางแยกเลี้ยวซ้ายปั๊มปตท.ปิดถนนทำให้ต้องขับรถอ้อมไปเล็กน้อย

ซึ่งอุ๊ออกจากบ้าน 03:30 น. ไปถึงสนามแข่ง 03:54 น. พื้นที่จอดรถกว้างดี (เพียงพอไหมกับจำนวนรถ ตอบเลยไม่รู้จ้า อุ๊รีบจอดรีบเข้างานอ่ะนะ)

ก่อนเข้างานต้องมีการลงทะเบียน และตรวจวัดอุณหภูมิ จุดนี้ต้องบอกว่านักวิ่งต่อแถวแบบไม่ได้เว้นระยะกันเลย จนท.ก็ไม่ได้มาเน้นย้ำอะไร

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ใกล้ถึงเวลาปล่อยตัวแล้ว ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบตรงจุดนี้ คือการสแกน QR Code ซึ่งสแกนยากมาก เพราะแสงไฟไม่เพียงพอ ทำให้สแกนไม่เจอ

พอเข้าไปในสนามจุดปล่อยตัว จนท.มีการกั้น block ตามที่แจ้งไว้ ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันแล้ว ซึ่งอุ๊อยู่ Block C จุดนี้ถือว่านักวิ่ง เข้าตาม block ตัวเองดีอยู่นะ เพราะสังเกตจาก Block B และ Block C จำนวนคน ไม่แออัด

ส่วนบล็อกอื่นๆ อุ๊มองไม่เห็น (เตี้ยไง) มีการวอร์มร่างกายก่อนวิ่ง แน่นอน block หลัง ๆ ไม่เห็นอยู่แล้วว่าวอร์มท่าไหน ..

ปล่อยตัวตามเวลา 04.30 น. แต่ละ block ทิ้งห่างกันเพียงเล็กน้อย หลังจากปล่อยตัวออกสู่ถนน ต้องบอกว่าถนนเส้นนี้กว้างมาก วิ่งสบายอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ว่าจะไปเบียดกับนักวิ่งท่านอื่น ๆ ตอนออกตัวเลย

เส้นทางวิ่งปีนี้อุ๊ว่าเนินน้อยกว่าปีที่แล้วนะ ส่วนมากจะเป็นเนินลงซะมากกว่า

การปิดถนน กั้นรถ และแสงสว่าง ถือว่าทำได้ดี อาจจะมีบางจุดที่มืดไปหน่อย แต่ให้อภัยได้ ไม่ได้ขี้เหร่อะไร ป้ายบอกระยะทางมีเกือบทุกกิโล (อุ๊ไม่เห็นแค่กิโลที่ 4 และ 7 อาจจะมีนะแต่อุ๊ไม่เห็นเอง)

ตอนที่วิ่งถึงป้ายบอกระยะอุ๊ว่าระยะหายตลอดอ่ะ (ป้ายบอก 17กม. แต่นาฬิกาจับได้แค่ 16.5) ตอนแรกก็คิดว่าเข้าเส้นชัยแล้วจะไม่ครบ 21km. ด้วยซ้ำ ที่ไหนได้ระยะไปอยู่ช่วง 2km. สุดท้ายนะจ๊ะ (เข้าเส้นชัยระยะครบจ๊ะ)

จุดบริการห้องน้ำระหว่างทาง อุ๊เห็นอยู่ 3 จุด (ถือว่าโอเคอยู่นะ) มีมากกว่านี้ไหมไม่รู้เด้อ เห็นเท่านี้อ่ะ

จุดบริการน้ำดื่ม เกลือแร่ ผลไม้ เจล ทุก 2.5km. สำหรับอุ๊ถือว่าเพียงพอ ผลไม้ที่จุดน้ำ 12.5km. 1 ชิ้นต่อชีวิตเลยล่ะ เริ่มเข้าระยะ 16km. ท้องเริ่มหิวอีกล่ะ กำลังคิดว่าจะควักเอากล้วยอบออกมากิน แต่มาเจอแตงโมที่จุดน้ำ 17.5km. รอดอีกแล้ว ..

ถังขยะก็ถือว่ามีเยอะอยู่นะ แต่ก็ยังเห็นทิ้งขวดน้ำนอกถังกันอยู่เลยนี่สิ สงสัยรีบ

จุดพยาบาลและทีมพยาบาลที่วิ่งไปกับนักวิ่งก็จะเห็นอยู่เรื่อย ๆ อุ๊แวะฉีดสเปรย์ไป 2 ครั้ง .. แฮร่ ๆ เหมือนตะคริวจะกินยังไงไม่รู้ กันไว้ก่อนดีกว่า

ด้วยความที่สนามนี้เนินไม่เยอะ ทำให้ช่วง 7km. แรก อุ๊สามารถวิ่งอยู่ที่ pace 5 ได้ (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยซ้อม pace นี้ได้เลยมาหลายเดือนล่ะ แต่วันนี้ไม่รู้ไปเอาแรงมาจากไหน งงตัวเองเหมือนกันที่วิ่ง pace นี้ได้ตั้งเกือบ 8km.)

หลังจากนั้นก็ตกไปอยู่ที่ pace 6 เกือบตลอด ส่วนตัวก็พยายามกลับมาที่ pace 5 แล้วนะ แต่มันไม่ไหวจริง ๆ ยอมรับสภาพตัวเองว่าซ้อมมาน้อย ส่วนมากจะเป็นการซ้อมแค่ 5 , 10km. (อ้างโควิดแหละไม่ยอมรับว่าตัวเองขี้เกียจ)

ช่วงที่วิ่งเข้าอ่าวนางรู้สึกว่าจะวิ่งง่ายกว่าปีที่แล้ว ไม่ต้องหลบรถ หลบนักวิ่งระยะ mini เลย (ปีที่แล้วค่อนข้างจะวิ่งลำบากมาก ยิ่งช่วงที่วิ่งไปบรรจบกับนักวิ่งระยะ 10km. ที่เดินเรียงหน้ากระดาน โห้อยากจะร้องเลย)

ส่วนช่างภาพก็ยังเหมือนเดิมส่วนมากจะอยู่แถว ๆ อ่าวนาง ระหว่างทางน่าจะมีแค่ 2-3 รายเท่านั้น ช่างภาพเยอะดี (ภาพน่าจะเยอะ เพราะไม่ได้วิ่งเกาะกลุ่มมากับใคร อันนี้ชอบ)

สุดท้ายอุ๊ก็เข้าเส้นชัยมาด้วยเวลา 2:08:03 ชม. ถือว่าทำเวลาได้ดีกว่าที่ตั้งใจไว้ เพราะก่อนแข่งคิดว่าตัวเองน่าจะแย่กว่านี้ ซ้อมน้อยจริง ๆ แต่เหมือนที่บอกเนินน้อยและอากาศไม่ร้อน

ส่วนแฟนเข้ามาช้าหน่อย 2:22:17 ชม. ไม่ค่อยได้ซ้อม ต้องรับสภาพตัวเองไปจ๊ะ แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากมายน๊า โอเคอยู่

หลังเข้าเส้นชัยมาแล้ว เดินต่อไปรับเหรียญรางวัล น้ำดื่มเย็น ๆ 1 ขวด / pocari sweat 1 ขวด รับสถิติเวลา

เดินไปรับอาหารตามเซตที่ตัวเองเลือกไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร ทีมงานจัดไว้เป็นเซตแบบนี้เร็วดี ไม่วุ่นวายด้วย และคิดว่าจะได้รับอาหารทุกคน (ปริมาณข้าวน้อยไปหน่อย แต่ดีว่ามีขนมและอย่างอื่นด้วย อิ่มจนเหลือแหละเอาจริง .. แต่ถ้าคนที่เน้นข้าวไม่ชอบขนมก็คงไม่อิ่มเน้อ)

เสื้อ Finisher เดินไปรับห่างจากเส้นชัย ทำให้ไม่แออัดกันตรงพื้นที่หลังเส้นชัย ถือว่าดี ได้เสื้อปุ๊บใส่ปั๊บ เห่อเหรอ .. เปล่าาาาา !!! เสื้อวิ่งเปียก .. ก็เสียดายน้ำขวดเลยเอาน้ำล้างหน้า ราดตัวอ่ะดิระหว่างวิ่ง

ถ่ายรูปแถว ๆ หาดอีกนิดหน่อย ไม่ได้เดินเล่นชมงานกับเขาหรอก รีบกลับมาทำงานต่อ (น้ำทะเลไม่ค่อยสวย ใส เพราะฝนตกติดกัน 3-4 วันแล้ว คนที่มาจากต่างจังหวัดแล้วอยากเห็นน้ำทะเลใส ๆ อาจจะผิดหวังนิดหน่อย)

รถรับ – ส่งขากลับเพื่อไปเอารถส่วนตัวที่สนามกีฬากลางเป็นรถสองแถวแดง คนขึ้นเต็มออกทันทีไม่นาน ไม่รับคนจนแน่น และคิดว่าน่าจะมีเพียงพอกับความต้องการของคนที่เข้าร่วมงานนะ จุดนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

จุดรับฝากของ พอดีอุ๊ไม่ได้ฝากอะไรเลยไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี

การตรวจสอบผลการวิ่งก็มาเร็วเช่นกัน วิ่งวันนี้ได้วันนี้เลย สุดยอดไหมล่ะ

เจอกันใหม่ปีหน้า ยังคาดหวังว่าจะมีระยะ Marathon 42km. อยู่น๊า

สำหรับท่านที่สนใจมาเที่ยวเมืองกระบี่ ช่วงนี้ราคาที่พักยังค่อนข้างถูก สามารถตรวจสอบที่พัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบินได้หลายช่องทาง เช่น

Booking.com

agoda.com

travelpayouts.com

 


Advertisement


You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *